รับแทงบอลออนไลน์ ฝรั่งเศสแซงดับไอร์แลนด์ 2-1 ฉลุย 8 ทีม

แนวรุกจากแอตเลติโก มาดริด จัดการเหมาคนเดียว 2 ประตู พาชาติเจ้าภาพเฉือนสาธาณรัฐไอร์แลนด์หวิว 2-1 ทะลุรอบ 8 ทีม รอชนอังกฤษ/ไอซ์แลนด์

รับแทงบอลออนไลน์ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2016 เกมคู่ที่สี่ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย เป็นการพบกันระหว่าง “เจ้าภาพ” ฝรั่งเศส ทีมอันดับหนึ่งของกลุ่มเอ จากการลงเตะ 3 นัด มี 5 คะแนน พบ สาธารณรัฐไอร์แลนด์ ทีมอันดับสามของกลุ่มอี ที่ลงเตะ 3 นัด มี 4 คะแนน

ดิดิเยร์ เดสชองส์ กุนซือทีมตราไก่จัดชุดที่ดีที่สุดลงสนามครบครัน ในระบบ 4-3-3 นำมาโดย อูโก้ โญริส, เอ็นโกโล ก็องเต้, ปอล ป็อกปา และดิมิทรี ปาเยต์ ด้านมาร์ติน โอนีล กุนซือทีมชาติไอร์แลนด์จัด 11 ผู้เล่นที่ดีที่สุด นำมาโดยซีมุส โคลแมน กัปตันทีม, เจมส์ แม็คาร์ธี, เจฟฟ์ เฮนดริค และเชน ลอง ในระบบ 4-4-2

เริ่มเกมได้เพียง 2 นาที ไอร์แลนด์ได้ประตูออกนำอย่างรวดเร็ว เมื่อ ปอล ป็อกบา ไปเหนี่ยว เชน ลอง ล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินไม่รอช้าที่จะเป่าเป็นลูกโทษที่จุดโทษ ก่อนที่จะเป็นร็อบบี้ เบรดี้ สังหารเข้าไปไม่พลาด ไอร์แลนด์ขึ้นนำ 1-0

หลังเสียประตู ฝรั่งเศสเดินหน้าโหมบุกใส่ไอร์แลนด์อย่างต่อเนื่อง โดยได้ลุ้นจากทั้งโอกาสการเล่นลูกตั้งเตะของดิมิทรี ปาเยต์, จังหวะขึ้นโขกถึงสองครั้งของอองตวน กรีซมันน์ แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบคมพอในช่วง 20 นาทีแรกของเกม

ไอร์แลนด์ที่เน้นการใช้เกมสวนกลับเกือบได้ประตูขึ้นนำจากโอกาสยิงแดริล เมอร์ฟี ที่ได้โอกาสซัดในเขตโทษ แต่อูโก้ โญริส ยังปัดไว้ได้ทัน ในนาทีที่ 21 และโอกาสบุกชนิดที่ลุ้นได้ประตูอีกครั้งจากการโขกของเชน ดัฟฟี ที่บอลลอยหลุดเสาไกลไปแบบได้หวาดเสียวช่วงท้ายเกมนาทีที่ 42 ช่วงเวลาที่เหลือยังไม่มีฝ่ายใดทำประตูได้ ทำให้จบครึ่งแรกไอร์แลนด์ยังคงนำฝรั่งเศสอยู่ที่ 1-0

เริ่มเกมในครึ่งเวลาหลัง ดิดิเยร์ เดสชองส์ไม่รอช้าที่จะขยับเปลี่ยนตัวผู้เล่นในแนวรุกลงสนามเพื่อหวังลุ้นประตูตีเสมอ ถอด เอ็นโกโล ก็องเต้ ที่ได้รับใบเหลืองช่วงครึ่งแรกออก แล้วส่งคิงส์ลีย์ โกม็อง ลงเล่นแทน และเกือบได้ประตูตีเสมอทันทีในนาทีที่ 48 จากลูกโหม่งของโลร็อง กอสเซียลนี โดยการครอสบอลเข้ามาของดิมิทรี ปาเยต์

ช่วง 10 นาทีแรกของครึ่งหลัง ไอร์แลนด์ยังคงเน้นการเล่นเกมโต้กลับโจมตีฝรั่งเศส และเกือบได้ประตูทิ้งห่างจากการครอสบอลทางริมเส้นฝั่งซ้ายของเจมส์ แม็คลีน เข้ามายังเขตโทษ บอลทำท่าเกือบจะเข้าทางเชน ลอง ได้ซัดจ่อๆ ทว่า อูโก้ โญรีส ยังพุ่งตัวปัดออกไปได้อย่างหวุดหวิด

จนกระทั่งนาทีที่ 58 ฝรั่งเศสที่ยังคงเดินหน้าบุกใส่ไอร์แลนด์อย่างต่อเนื่อง มาประสบความสำเร็จได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่ ที่บาการี ซาญา ได้บอลทางฝั่งขวา ก่อนเปิดเข้ามาในเขตโทษให้อองตวน กรีซมันน์เทกตัวโหม่งเต็มๆ บอลเข้าประตูไปอย่างสวยงาม สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1

จากนั้นเพียง 3 นาที ฝรั่งมาได้ประตูออกนำเป็น 2-1 ในนาทีที่ 61 จากจังหวะที่อาดิล รามีวางยาวจาแดนหลัง มาเข้าทาง โอลิวิเยร์ ชิรูด์โหม่งชงให้อองตวน กรีซมันน์ หลุดไปซัดจ่อๆ ให้ทีมตราไก่พลิกขึ้นนำ 2-1

เกมรับไอร์แลนด์ที่ดูเหมือนจะเสียสมาธิหลังพลาดเสียประตูถึงสองลูกในช่วงเวลาติดต่อกันมาเหลือผู้เล่น 10 คนในนาทีที่ 66 เมื่อเชน ดัฟฟี ไปตัดฟาวล์ใส่อองตวน กรีซมันน์บริเวณก่อนถึงกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินควักใบแดงใส่ดัฟฟีทันที

ช่วงเวลาที่เหลือในครึ่งหลัง ยังคงเป็นฝรั่งเศสที่ได้โอกาสบุกมากกว่าไอร์แลนด์อย่างเห็นได้ชัดสลับกับการครองบอลคุมเกมไว้ จากทั้งลูกยิงของอองตวน กรีซมันน์, อังเดร ปิแอร์ ฌีญัก และเบลส มาตุยดี้ ทว่าสุดท้ายยังไม่แม่นยำพอ

ท้ายที่สุดไม่มีฝ่ายใดทำประตูเพิ่มได้ หมดเวลาการแข่งขัน ฝรั่งเศสเฉือนสาธารณรัฐไอร์แลนด์ 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายไปรอพบคู่ชนะระหว่างอังกฤษ หรือ ไอซ์แลนด์ ต่อไป