สมัครบาคาร่าออนไลน์ AFC ร่วมรำลึก 5 เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ครบรอบ 100 ปี ส.บอลไทย

สมัครบาคาร่าออนไลน์

สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย ร่วมลึก 5 เหตุการณ์สำคัญ ก่อนครบรอบ 100 ปี สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในวันนี้ (25 เมษายน)

สมัครบาคาร่าออนไลน์ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ซึ่งตรงกับวันที่ 25 เมษายน พ.ศ.2559 ด้วยการคัด 5 เหตุการณ์สำคัญจากตลอด 1 ศตวรรษที่ผ่านมาบันทึกลงเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ (the-afc.com)

1. จุดเริ่มต้น

ด้วยความรักและความอุตสาหะของ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธฯ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่ได้ทรงศึกษาที่อ็อกซ์ฟอร์ด จึงได้ก่อตั้ง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศในวันที่ 25 เมษายน 1916
ด้วยความรับผิดชอบในการพัฒนาฟุตบอลให้ทั่วราชอาณาจักร จึงได้จัดตั้งทีมฟุตบอลโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จนพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวถูกยกย่องให้เป็นพระบิดาแห่งวงการฟุตบอลไทย
และเมื่อ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) ได้ขึ้นครองราชย์แทนในเดือนพฤศจิกายน 1925 ก็ได้สานต่อเจตนารมย์จากพระเชษฐา
อิทธิพลของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ยังเห็นได้จนถึงทุกวันนี้ก็คือ ตราของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่ได้รับพระราชทานจากพระมหากษัตรืย์

2. โอลิมปิก เกมส์

ถึงแม้การลงเล่นระดับนานาชาติครั้งแรกของทีมชาติไทยจะเกิดขึ้นในปี 1930 กับทีมอินโดจิน ที่ประกอบกันระหว่างชาวเวียดนามใต้และฝรั่งเศส แต่พวกเขาก็ไม่เคยมีส่วนร่วมการแข่งขันจนกระทั่งปี 1956 ที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิก เกมที่เมลเบิร์น เป็นครั้งแรก
พวกเขาเริ่มต้นด้วยการพ่ายต่อ สหราชอาณาจักรไป 0-9 ที่เมลเบิร์น คริกเก็ต คลับ จนต้องตกรอบแรกไป แต่ก็กลับมาได้ในโอลิมปิก เกมส์ 1968 ที่เม็กซิโก
ประสบการณ์การแข่งขันกีฬาในโอลิมปิก ถือว่ามีส่วนในการพัฒนาวงการฟุตบอลไทย โดยเฉพาะ สำรวย ไชยยงค์ ที่ได้เล่นในโอลิมปิก เกมส์ทีเมลเบิร์น และทางสมาคมก็ได้เลือกทาง สำรวย ไขยยงค์ไปเรียนรู้การเป็นโค้ชที่เยอรมัน

ก่อนสำรวย จะกลับมาประเทศไทย และก้อตั่งสโมสร ราชวิถี ในปี 1968 และถือเป็นการปฏิวัติรูปแบบใหม่ของวงการฟุตบอลไทยในสมัยนั้น และกลายเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุค 70 หลังคว้าแชมป์ถ้วยพระราชทาน ก. 4 สมัย และสร้างนักเตะทีมชาติขึ้นมามากมายในช่วงปี 1970-1980

3. การพัฒนา ทัวร์นาเมนต์ เอเชียน คัพ ในช่วงเริ่มก่อตั้ง

การเข้าร่วมเป็นสมาชิกของสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย ในปี 1957 ทำให้ทีมชาติไทยได้เห็นหัวเรือใหญ่ในการจัดการแข่งขันฟุตบอลเอเชียน คัพ ในปี 1972
การเสมอกับอิรัก และแพ้ต่อทีมที่เป็นแชมป์ในภายหลังอยางอิหร่าน ทำให้ไทยได้ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศก่อนจะไปพ่ายเกาหลีใต้ในช่วงการดวลจุดโทษแบบน่าเจ็บใจ แต่สุดท้ายก็สามารถเอาชนะกัมพูชาและคว้าอันดับที่ 3 มาครองได้สำเร็จ

ขณะที่ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชียทีมชาติไทยก็ประสบความสำเร็จมากมาย หลังคว้ารองแชมป์ 3 ครั้ง ในการแข่งขัน 4 ครั้งแรก และยังสามารถคว้าแชมป์มาครองได้ในปี 1983 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพ ประเทศไทย และถือเป็นแชมป์ระดับทวีปรายการแรกของไทย

4. จ้าวสโมสรเอเชีย

1 ทศวรรษหลังจากที่ทีมหญิงไทยสร้างประวัติศาสตร์ทีมจากฝั่งชายก็ไม่น้อยหน้า โดยเฉพาะสโมสรธนาคารกสิกรไทย ที่สามารถสร้างประวัติศาสตร์ในฟุตบอลเอเชีย
ภายใต้การคุมทีมของชาญวิทย์ ผลชีวิน พวกเขาสามารถคว้าแชมป์สโมสรเอเชีย หรือในปัจจุบันอย่าง เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก มาครองได้สองสมัยติดต่อกันในปี 1993 และ 1994
ในปี 1993 กสิกรไทยสามารถเอาชนะ อรีมา มาลัง จากอินโดนีเซีย ก่อนจะเข้ารอบแบ่งกลุ่ม และผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ไปเขี่ย เวอร์ดี้ คาวาซากิ ด้วยการชนะจุดโทษ และในรอบชิงก็คว่ำ โอมาน คลับ คว้าแชมป์สมัยแรกไปครอง

และในปีต่อมาพวกเขาก็ทำได้อีกครั้ง ครั้งนั้นก็เป็นการแจ้งเกิดของเนติพงษ์ ศรีทองอินทร์ ที่ซัดประตูชัย ช่วยให้ทีมเฉือนชนะอัล อราบี จากกาตาร์ในรอบชิงชนะเลิศ ทำให้กสิกรไทยกลายเป็นสโมสรแรกที่ป้องกันแชมป์สโมสรเอเชียได้

5. สิ้นสุด 12 ปี แห่งความเจ็บปวด

หลังจากที่คว้าแชมป์เอเอฟเอฟ คัพ มาครอง 3 จาก 4 ครั้งแรกที่จัดขึ้น พร้อมแจ้งเกิดดาวยิงซูเปอร์สตาร์อย่าง เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่ทำให้ไทยกลายเป็นทีมชั้นนำในภูมิภาคอาเซียน แต่ใครจะรู้ว่า ปี 2002 จะเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเขาคว้าแชมป์ของภูมิภาคอาเซียน

เวียดนาม และ สิงคโปร์ ก้าวขึ้นมาเป็นหอกข้างแคร่ของทีมชาติไทย เพิ่มอุณหภูมิการแข่งขันให้เอเอฟเอฟ คัพ สนุกขึ้น ขณะที่ไทยก็พลาดหลังไม่สามารถคว้าแชมป์มาครองได้เลยในช่วงนั้น
แต่ในปี 2014 เกียรติศักดิ์ กลับมาสู่ทีมชาติไทยอีกครั้งในฐานะเฮดโค้ช และสามารถพาทีมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ ก่อนจะเอาชนะในเลกแรกไปก่อน 2-0 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน

แต่เลกสองพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับแฟนกว่า 90,000 ที่สนามกีฬาแห่งชาติ บูกิต จาลิล และเกมนั้นมาเลเซียก็สร้างเซอร์ไพรส์หลังนำไปก่อน 3-0 จากซาฟิค รอฮีมที่ยิงสองประตู และอีกลูกจาก อินทรา ปูตรา มาฮายุดดิน
แต่กลายเป็น ชาริล ชัปปุยส์ ที่มาซัดอเวย์โกลสำคัญจากการซ้ำลูกฟรีคิกของสารัช อยู่เย็น ที่ไฟซอล มาริยาสปัดมาเข้าทาง ก่อนที่ชนาธิป สรงกระสินธ์ จะมายิงประตูปิดกล่องช่วยให้ทีมช่วยให้ไทยก้าวขึ้นเป็นจ้าวอาเซียนอีกครั้ง และเป็นแชมป์สมัยที่ 4 ของพวกเขา