เว็บคาสิโนออนไลน์ เว็บคาสิโนออนไลน์

เว็บคาสิโนออนไลน์

สิงห์ฟุตบอลลีก ได้สองตัวแทนจากไทยลงแข่งขัน ณ สแตมฟอร์ด บริดจ์ Goal พร้อมพาไปรู้จักสองทีมจากแดนสยามที่พร้อมฟาดแข้งหาแชมป์หนึ่งเดียวบนรังเหย้าเชลซี

เว็บคาสิโนออนไลน์ ในที่สุดศึกฟุตบอลสมัครเล่นรายการใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอย่าง “สิงห์ ฟุตบอลลีก 2015-2016” ศึกฟุตบอล 7 คน ภายใต้ผู้สนับสนุนของ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน ก็ได้บทสรุป 2 ทีมจากไทยที่คว้าสิทธิ์บินไปดวลแข้งในนัดชิงชนะเลิศ ที่ สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ ประเทศอังกฤษ รังเหย้าของสโมสรระดับโลกอย่าง เชลซี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมเงินรางวัลรวมกว่า 5 ล้านบาท

สองสุดยอดทีมที่ได้สิทธิ์ไปเปิดประสบการณ์อันล่ำค่าครั้งนี้กับ “สิงห์” ได้แก่ ทีมอิคคิว ซัง และ ทีมฟลิกซ์ แต่กว่าที่พวกเขาจะประสบความสำเร็จเช่นนี้นั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อต้องฟันฝ่าอุปสรรคและเผชิญหน้าคู่แข่งมากมาย ไล่ตั้งแต่รอบคัดเลือกทั่วประเทศไทยที่แข่งขันกันทั้งหมด 11 สนาม เพื่อแย่งโควต้า 32 ทีมเข้ามาชิงชัยในรอบสุดท้าย ก่อนจะเฟ้นหาเพียงแค่ 2 ทีมเท่านั้น

โดยในเกมรอบตัดเชือก ทีมอิคคิว ซัง เฉือนชนะทีมร่มโพธิ์ตาล ฟุตบอลคลับ มาได้ 1-0 ส่วนทีมฟลิกซ์ โชว์ฟอร์มเก่งทีเดียวเมื่อดับ ทีมไทยยูเค อดีตแชมป์บอลรายการนี้ 2-0 และก่อนที่พวกเขาจะลัดฟ้าไปโชว์เพลงแข้งที่แดนผู้ดี ท่ามกลางสายตาแฟนบอลชาวอังกฤษ ระหว่างวันที่ 13-19 พฤษภาคม นี้ Goal จะพามารู้จักกับ 2 ยอดทีมสมัครเล่นไทยครั้งนี้กันก่อน

ทีม อิคคิว ซัง คือตัวแทนจากสนามฟุตบอลอิคคิว ซัง อารีน่า ย่านบางกรวย ซึ่งพวกเขาเป็นเด็กหนุ่มฝีเท้าดีจากจังหวัดนนทบุรี ที่รวมตัวกันเริ่มเล่นฟุตบอลเดินสาย เก็บเกี่ยวประสบการณ์ลูกหนัง ในฐานะชื่อทีม “หนาวจัง” ส่วนใหญ่มาจากโรงเรียนศรีบุญยานนท์ และเล่นด้วยกันมาตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ฉะนั้น “ทีมเวิร์ค” คือหนึ่งในจุดแข็งของพวกเขา

ก่อนที่การแข่งขันครั้งนี้พวกเขาจะได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากทางสนาม อิคคิว ซัง อารีน่า ทั้งเรื่องของชุดการแข่งขันขั้น สนามซ้อมที่คอยอำนวยความสะดวกให้เต็มที่ และไม่น่าเชื่อว่านี่จะเป็นทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันตั้งแต่ครั้งแรก ทว่ากระเด็นตกรอบมาตลอด 6 ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามแม้พวกเขาจะรู้สึกผิดหวัง(ครั้งแล้วครั้งเล่า)แต่ ลิขิตฟ้า หรือ จะสู้มานะตน เมื่อพวกเขาไม่เคยย่อท้อเลยสักครั้ง ซึ่งก่อนการแข่งขันรอบนี้ทีมได้เตรียมตัวมาเป็นอย่างดี มีการฝึกซ้อมกันอย่างเข้มข้น สัปดาห์ละ 3-4 วัน เฉลี่ยวันละ 2-3 ชั่วโมง และมีการซ้อมจุดโทษเป็นพิเศษแสดงถึงความละเอียด กระทั่งความพยายามก็เป็นผลสำเร็จ..

อิคคิวซัง (Ikkyu-san) จากผู้แพ้ตลอด 6 ปีสู่การรวมใจจนได้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ

“โอต” พรพงศ์ วรรณอารยันชัย หนึ่งในนักเตะที่อยู่กับทีมมานานกล่าวว่า “ยอมรับว่าที่ผ่านมาพวกเขาเราทุกคนผิดหวังครับที่ไปไม่ถึงฝัน แต่เราก็ไม่เคยยอมแพ้ เวลาตกรอบทุกปีเราก็จะมานั่งคุยกันว่าผิดพลาดตรงไหน และต้องแก้ไขตรงไหน ซึ่งก่อนที่ครั้งนี้จะเริ่มเราก็ซ้อมกันหนักมาก วันละ 2-3 ชั่วโมง สัปดาห์นึงก็ 3-4 วันเลย ก็มีการซ้อมทั่วไปและยิงจุดโทษเป็นพิเศษด้วย”

“ก็ดีใจครับที่ปีนี้เราทำสำเร็จ ซึ่งเป้าหมายแน่นอนว่าเราต้องการแชมป์ครับ สร้างชื่อให้สมกับที่สิงห์ให้การสนับสนุนรายการนี้ และต้องขอบคุณทางสิงห์ครับที่จัดฟุตบอลรายการดีๆแบบนี้ ซึ่งมันเหมือนกับการทำความฝันของพวกเราให้เป็นจริงเลยครับ”

ขณะที่ทีม ฟลิคซ์ เป็นทีมที่น่าสนใจไม่น้อยเช่นกันพวกเขาเป็นตัวแทนของสนามฟุตบอลหญ้าเทียม ฟลิคซ์ ตั้งอยู่บริเวณเลียบทางด่วนรามอินทรา เป็นการรวมตัวของนักศึกษาจากคณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาพลศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ผสมผสานกับเพื่อนที่ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒบางส่วน โดยอายุเฉลี่ยในทีมประมาณ 21-22 ปี ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาคือทีมพลังหนุ่ม

Flick (ฟลิกซ์) ทีมพลังหนุ่มที่ใช้ความสดบดเก๋าจนได้ตั๋วเข้าชิง

โดยมี “แนท” สัครัฐ เชื้อโตหลวง โค้ชหนุ่มวัยเพียง 25 ปีที่เป็นรุ่นพี่ที่หลงรักในเกมลูกหนัง เป็นโต้โผในการจัดตั้งทีมเข้าร่วมแข่งขัน แม้ทีมจะมีงบประมาณไม่มากและตลอด 4 ปีที่ผ่านมาจะใช้ชุดเสื้อผ้าแข่งขันเดิมเพียงชุดเดียว แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคที่ทำให้พวกเขาย่อท้อ

“แนท” ที่ขณะนี้เป็นเรียนจบในสายครูสอนพละฯ ก็มีปณิธานแน่วแน่ว่าต้องการถ่ายทอดสิ่งที่ศึกษามา (คณะวิทยาลัยพละ) ให้คนอื่นได้เห็นผ่านเกมลูกหนัง ซึ่งเจ้าตัวกล่าวว่า “พละศึกษาสร้างผมขึ้นมา ก็อยากที่จะตอบแทนสิ่งที่เราได้ร่ำเรียนมาผ่านฟุตบอล คือทำให้คนรู้จักคำว่า กีฬา จริงๆ เรื่องอุปกรณ์ไม่สำคัญ มันอยู่ที่วิธีการ และการลงมือทำมากกว่า ก็หวังว่าจะเป็นการสร้างแบบอย่างที่ดีให้รุ่นต่อไปครับ”

“ส่วนตลอดทัวร์นาเมนต์ แม้เราจะเป็นรองคู่แข่งมาตลอดแต่ทุกคนก็รวมพลังใช้ใจเข้าสู่ อาศัยความสด เป็นหนึ่งเดียวจนได้สิทธิ์ผ่านเข้าไปเล่นรอบชิงชนะเลิศ ก็รู้สึกดีใจครับเพราะอย่างน้อยการทำงานหนักของเรามันก็เห็นผล”

สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ผู้สร้างฝันครั้งสำคัญให้คนรักเกมลูกหนังได้ลงเล่นในสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์

“เกมรอบชิงชนะเลิศในวันนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อากาศหรือสนามจะเป็นอย่างไร และการไม่มีกองเชียร์ไม่สำคัญ เราจะคิดเพียงว่าลงไปสนามเล่นให้สนุก ทำให้เต็มที่ และเราต้องการเป็นแชมป์พิสูจน์ให้เห็นว่าเด็กที่เรียนพละฯก็มีดีและสามารถนำความรู้ที่มีออกมาใช้ได้”

นี่คือสองทีมจากไทยที่จะบินไปดวลแข้งที่ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ณ สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในแมตช์ชิงชนะเลิศ สิงห์ ฟุตบอลลีก ที่ถือว่ายิ่งใหญ่ สมศักดิ์ศรี และเป็นโอกาสอันล้ำค่าจากทาง บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ที่จัดให้คนรักในเกมลูกหนัง